วงการการเมืองไทยสั่นสะเทือนอีกครั้ง เมื่อวันนี้ 29 สิงหาคม 2568 ศาลรัฐธรรมนูญมีมติ 6 ต่อ 3 เสียง วินิจฉัยให้ น.ส.แพทองธาร ชินวัตร พ้นจากตำแหน่งนายกรัฐมนตรี เนื่องจากการสนทนาทางโทรศัพท์กับ สมเด็จฮุน เซน ประธานวุฒิสภากัมพูชา ถูกตีความว่าเป็นการ ฝ่าฝืนมาตรฐานทางจริยธรรมอย่างร้ายแรง ตามรัฐธรรมนูญมาตรา 160 วรรค (5)ThaiSeoLink
เหตุผลของศาลรัฐธรรมนูญ
- ศาลเห็นว่าการพูดคุยดังกล่าว แพทองธารมิได้แสดงท่าทีปกป้องผลประโยชน์ของชาติอย่างชัดเจน
- ถือเป็นการกระทำที่ ละเลยหน้าที่นายกรัฐมนตรี และเข้าข่ายทำให้เสียหายต่อความน่าเชื่อถือของประเทศ
- จึงมีมติให้ สิ้นสุดคุณสมบัตินายกรัฐมนตรี ตามมาตรา 170 วรรค 1 (4)
ผลจากคำวินิจฉัย
- การพ้นตำแหน่งของ แพทองธาร มีผลย้อนหลังตั้งแต่ 1 กรกฎาคม 2568 วันที่ศาลมีคำสั่งให้หยุดปฏิบัติหน้าที่
- ส่งผลให้ คณะรัฐมนตรีทั้งคณะต้องพ้นตำแหน่งไปด้วย แต่จะอยู่ในฐานะ “รักษาการ” จนกว่าจะมีการแต่งตั้งรัฐบาลชุดใหม่
- การเมืองไทยจึงเข้าสู่ช่วงหัวเลี้ยวหัวต่อสำคัญ ที่ทั้งรัฐสภาและพรรคการเมืองต่างต้องเร่งหาทางออก
เสียงแตกในศาล
- ตุลาการเสียงข้างมาก 6 คน เห็นว่าการกระทำของแพทองธารเป็นความผิดร้ายแรง สมควรสิ้นสุดตำแหน่ง
- ตุลาการเสียงข้างน้อย 3 คน เห็นว่าแม้เป็นการกระทำที่ไม่เหมาะสม แต่ยังไม่ถึงขั้นต้องพ้นจากตำแหน่ง
ผลสะเทือนทางการเมือง
การวินิจฉัยครั้งนี้ไม่เพียงทำให้เก้าอี้นายกรัฐมนตรีเปลี่ยนมือ แต่ยังอาจเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญของทิศทางการเมืองไทยในอนาคต ทั้งการจัดตั้งรัฐบาลใหม่ ความเคลื่อนไหวของพรรคเพื่อไทย และการตอบรับของสังคมต่อคำตัดสินครั้งประวัติศาสตร์นี้